คมเลนส์ส่อง พระวันเสาร์ที่ 7ม.ค. พ.ศ. 2555 : แล่ม จันท์พิศาโล




คมเลนส์ส่องพระ วันนี้ขอประเดิมภาพแรกด้วย พระสมเด็จ ของ อ.ต้อยเมืองนนท์ เหมือนเช่นเดิมองค์แรก คือ พระสมเด็จพิมพ์ฐานแซม วัดระฆัง จุดเด่นของพระพิมพ์นี้คือ มีเส้นแซมใต้องค์พระ และที่ใต้ฐานชั้นแรก ฐานชั้นล่างสุดมีลักษณะหนาทึบ องค์พระประทับนั่งสมาธิ ใต้หน้าตักจะเว้าเข้าเล็กน้อย แขนด้านขวาจะกางออกเล็กน้อย ส่วนด้านซ้ายจะโค้งเล็กน้อยหรือเป็นเส้นตรงก็มี ขอบพระด้านบนส่วนมากมักจะกว้างกว่าขอบพระด้านล่าง บางองค์ขอบพระด้านบนซ้ายมักจะมีส่วนเกินขอบออกไปมากกว่าปกติ พระพิมพ์นี้บางองค์จะเห็นหูอย่างชัดเจน เป็นลักษณะหูบายศรี ในขณะที่บางองค์อกจะเป็นร่องก็มี คนสมัยเก่าก่อนจึงมักจะเรียกพระพิมพ์นี้อย่างเต็มๆ ว่า พิมพ์อกร่องหูยานฐานแซมพระพิมพ์นี้มีทั้งของวัดระฆังและกรุบางขุนพรหม พิมพ์ทรงเหมือนกันมาก แตกต่างเฉพาะของกรุบางขุนพรหมจะมีคราบกรุเกาะติดอยู่กับองค์พระมากบ้างน้อยบ้างเท่านั้น

องค์ที่๒ ของ อ.ต้อยเมืองนนท์ คือพระสมเด็จพิมพ์เกศบัวตูม วัดระฆัง เอกลักษณ์ของพระพิมพ์นี้คือ พระเกศมีลักษณะเหมือนกับดอกบัวตูม ใต้เข่าขวามีเส้นเหมือนกับปลายเท้าซ้าย และใต้องค์พระมีเส้นแซม ฐานชั้นล่างสุดหนาทึบ ในองค์ที่คมชัดมากๆ จะเห็นผ้าสังฆาฏิปรากฏอยู่ด้วย องค์ในภาพนี้ถือว่าเป็นพระพิมพ์ครูเนื้อครูได้อย่างครบถ้วน ซึ่งนับวันพระแท้องค์จริงจะมีของหมุนเวียนน้อยลงไปเรื่อยๆ เพราะพระแท้ส่วนใหญ่จะอยู่ในมือของผู้มีเงินเหลือกินเหลือใช้จริงๆ เท่านั้น

ชั่วโมงนี้ท่านที่สนใจสะสม พระกรุพระเก่านับเป็นโอกาสอันดีที่จะหาเช่าได้ไม่ยากนักเพราะนักสะสมพระคนรุ่นใหม่หันไปสนใจพระเกจิอาจารย์ทั้งของรุ่นเก่าและที่ออกมาใหม่กันทั้งนั้น โดยให้เหตุผลว่าดูง่ายกว่า และพระทุกองค์มีข้อยุติ แต่หากมองในมุมของความเป็น อมตะในองค์พระเครื่อง ก็ยังต้องเป็นพระกรุพระเก่าอยู่ดี ต้นเดือนที่ผ่านมาพบหน้า ดามพ์สุพรรณ คนรุ่นใหม่แต่สนใจพระกรุพระเก่าเป็นชีวิตจิตใจเลยขอภาพ พระกรุยอดนิยมของเมืองสุพรรณมาให้ท่านผู้อ่านได้ชมกัน๒ องค์ คือ พระร่วงยืนประทานพรกรุวัดปู่บัว สนิมแดงต.วิหารแดง อ.เมือง พระที่ขุดพบมีหลายพิมพ์ อาทิ พิมพ์เศียรโต พิมพ์ตาโปน พิมพ์เล็ก และพิมพ์รัศมี (องค์ในภาพนี้) ศิลปะอู่ทอง เนื้อสนิมแดงของพระองค์นี้สวยงามมาก ด้านหลังเป็นลายผ้า ถือเป็นพระสวยสมบูรณ์องค์หนึ่งที่น่าสะสมมาก

พระองค์ที่ ๒ ของ ดามพ์สุพรรณ คือพระขุนแผนกรุวัดบ้านกร่าง อ.ศรีประจันต์จ.สุพรรณบุรี ดังที่ได้บอกกล่าวมาแล้วว่าเป็นพระเครื่องที่สร้างขึ้นโดย สมเด็จพระนเรศวรมหาราชและสมเด็จพระเอกาทศรถพระอนุชาเป็นพระเนื้อดินเผา มีหลายพิมพ์ ที่อ่อนช้อยงดงามมากพิมพ์หนึ่งคือ พิมพ์แขนอ่อนที่เห็นในภาพนี้ลีลาการทอดแขนของพระพิมพ์นี้ดูเหมือนกับ พระขุนแผนเคลือบพิมพ์แขนอ่อน กรุวัดใหญ่ชัยมงคลจ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งสร้างโดย สมเด็จพระนเรศวรมหาราชและสมเด็จพระเอกาทศรถเช่นเดียวกันสำหรับ พระขุนแผนกรุวัดบ้านกร่าง ในตู้พระของดามพ์มีมากมายหลายองค์ล้วนเป็นพระแท้ดูง่าย ท่านที่สนใจศึกษาพระสายนี้ลองไปขอชมดูได้ การได้เห็นพระแท้จนจำติดตา นับเป็นการศึกษาพระเครื่องที่ถูกวิธีที่สุด

คําว่า พระรัชกาล เดิมหมายถึง พระพุทธรูปขนาดบูชาประจำองค์พระมหากษัตริย์ ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา จนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นการสร้างขึ้นโดยส่วนพระองค์ของพระมหากษัตริย์แต่ละพระองค์ ต่อมาความนิยมนี้ได้เผยแพร่สู่พระบรมวงศานุวงศ์ ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ จึงมีการสร้างพระบูชาประจำตัวกันอย่างแพร่หลาย โดยเป็นการสร้างเฉพาะองค์ มีจำนวนไม่มาก ส่วนใหญ่เป็นพระบูชาศิลปะเชียงแสน เมื่อความนิยมแพร่หลายมากขึ้น คหบดี พ่อค้า ข้าราชการผู้ใหญ่ ในสมัยต่อมาก็นิยมสร้างพระบูชาส่วนตัวเช่นนี้ขึ้นมาบ้าง โดยเฉพาะในช่วงรัชกาลที่ ๖-๗ มีการสร้างพระบูชาด้วยฝีมือช่างชั้นครูตามวัดสำคัญต่างๆ กันมาก อาทิ วัดสุทัศนฯ พร้อมทั้งรูปแบบพุทธศิลป์ก็เปลี่ยนแปลงไปบ้าง ตามความพอใจของเจ้าของพระบูชานั้น อย่างเช่น พระบูชารัชกาลองค์ในภาพนี้ซึ่งมีพุทธศิลป์แบบสุโขทัย สร้างที่วัดสุทัศนฯ ขนาดหน้าตัก ๗ นิ้ว เป็นพระของ ไวยกรพึ่งบุญ (หมอก มรดกไทย) นักสะสมพระเครื่องพระบูชาทุกประเภท

หายหน้าไปนานพอสมควร ศ.ดร.ผดุงศักดิ์รัตนเดโช อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต ช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมาต้องอพยพไปอยู่ที่ จ.ระยอง หลายสัปดาห์ ตอนนี้กลับมาทำงานตามปกติแล้ว พร้อมกับได้ส่งภาพพระติดรางวัลมาให้ตามเดิม คือ พระหลวงพ่อทวดวัดช้างให้ หลังหนังสือ พิมพ์เล็ก ว จุด ปี ๒๕๐๕ สภาพพระทุกมิติเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ทั้งพิมพ์ที่คมชัดสมบูรณ์ จมูกโด่ง รมดำและผิวปรอทยังคงอยู่เต็มทั้งองค์พระ บ่งบอกถึงพระที่ไม่ได้ผ่านการใช้มาก่อนเลย เป็นพระติดรางวัลชนะเลิศมาแล้วกว่า ๑๒ ครั้ง โดยเฉพาะงานประกวดใหญ่ก็ไม่เคยพลาด ถือเป็น พระแท้องค์จริงพระสวยองค์ครู ได้เลยโดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระองค์นี้มีให้ชมครบทุกด้าน จะได้เห็นถึงรอยตัดขอบด้วยว่ามีลักษณะเป็นเช่นใด หากไปพบเห็นพระองค์ไหนรอยตัดขอบผิดไปจากนี้ ฟันธงได้เลยว่า เก๊แน่นอน!

มทร.ธัญบุรีชวนศิษย์เก่าฟื้นฟูมหาวิทยาลัยรศ.ดร.นำยุทธสงค์ธนาพิทักษ์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.) ธัญบุรี กล่าวว่า ตามที่ได้เกิดอุทกภัยในเมืองไทย มทร.ธัญบุรี เป็นอีกหนึ่งสถาบันการศึกษาที่ได้รับผลกระทบ โดยเกิดน้ำท่วมทั้งที่คลองหก ระดับน้ำเฉลี่ยสูง ๑.๕ เมตร และที่ศูนย์รังสิต ทำให้เกิดความเสียหายมาก มูลค่าประมาณ ๑,๑๐๐ ล้านบาท มทร.ธัญบุรี ได้นำเรื่องเสนอของบประมาณจากรัฐบาลแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาจากรัฐบาล อย่างไรก็ตาม มี ศิษย์เก่ามทร.ธัญบุรี จำนวนมากรวมทั้งผู้ปกครองนักศึกษา แจ้งความประสงค์จะช่วยบริจาคเงินเพื่อสมทบทุนฟื้นฟูมหาวิทยาลัยด้วย มทร.ธัญบุรีจึงเปิดบัญชีธนาคารกรุงเทพสาขาบิ๊กซีธัญบุรี ชื่อบัญชี รวมใจฟื้นฟูมทร.ธัญบุรี เลขที่บัญชีออมทรัพย์๙๔๖-๐-๐๘๙๙๙-๙ ผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเงินสอบถามข้อมูลได้โทร.๐-๒๕๔๙-๔๙๙๐-๒ หรือ www.rmutt.ac.th

กลับมาแล้ว...จากการเดินทางไปสักการะ สังเวชนียสถาน๔ ตำบล ในประเทศอินเดีย-เนปาลผู้เขียนขอนำบุญมาฝากท่านผู้อ่านทุกท่านโดยทั่วหน้ากัน พร้อมกับอธิษฐานขอให้เมืองไทยของเราประสบแต่ความสงบสุขตลอดไป ผ่านพ้นวิกฤติการณ์ร้ายแรงต่างๆ ไปด้วยดี...การเดินทางครั้งนี้ผู้เขียนได้ติดตามพระเถราจารย์และพระคุณเจ้าจาก อ.เกาะสมุย ๕ รูป พร้อมด้วยคณะศิษย์ ๑๐ คน ต่างได้รับบริการที่ดียิ่งจาก บริษัททรัพย์พันแสน จำกัด ผู้ชำนาญการนำคณะศรัทธาจากเมืองไทยไปแสวงบุญยังแดนพุทธภูมิโดยเฉพาะโดยในช่วง ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่๒๕๕๕ นี้บริษัทจะนำคณะแสวงบุญไปอีกครั้งหนึ่ง ท่านที่สนใจจะร่วมเดินทางสอบถามได้ที่โทร.๐๘-๑๘๖๗-๖๕๔๙

เหลือเวลาอีกเพียง ๒ สัปดาห์ ปีเก่าจะหมดไป ปีใหม่ ๒๕๕๕ จะมาแทนที่ ช่วงนี้บรรยากาศเมืองไทยโดยทั่วไปคืนกลับสู่ภาวะปกติดีแล้ว วันหยุดยาวช่วงปีใหม่คงจะทำให้คนไทยมีความสุขกันมากขึ้น...ขอให้ทุกท่านโชคดีโดยทั่วหน้ากัน...ขอขอบพระคุณ...นะมัสเต





ข้อมูลจากเว็ป   http://www.komchadluek.net