เว็บไซด์แนะนํา








คมเลนส์ส่อง พระเครื่อง ประจำ วันอาทิตย์ที่ 28 ตุลาคม 2555


 
 พระเครื่อง คมเลนส์ส่อง
 พระเครื่อง คมเลนส์ส่อง
 พระเครื่อง คมเลนส์ส่อง
 พระเครื่อง คมเลนส์ส่อง

คมเลนส์ส่องพระ28ตุลาคมพ.ศ.2555

คมเลนส์ส่องพระประจำวันอาทิตย์ 28 ตุลาคมพ.ศ.2555 : แล่ม จันท์พิศาโล

*** วันอังคารที่ ๓๐ ตุลาคมนี้ เป็นวันออกพรรษา พระสงฆ์ที่ได้ปวารณาอยู่จำพรรษา ณ วัดใดวัดหนึ่งก็จะได้มีโอกาสออกนอกวัด ไปทำกิจของท่านตามที่ต่างๆ เหมือนเดิม สิ่งที่มาพร้อมกับวันออกพรรษา คือ พิธีตักบาตรเทโว หมายถึง วันทำบุญตักบาตรในเทศกาลวันออกพรรษา ตามความเชื่อของพุทธศาสนิกชนว่า เป็นวันที่พระพุทธองค์เสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ หลังจากทรงเทศนาอภิธรรมปิฎกโปรดพุทธมารดาอยู่หนึ่งพรรษา ครั้นถึงวันปวารณาออกพรรษา วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ พระพุทธองค์จึงเสด็จลงสู่โลกมนุษย์ทางบันไดแก้วมณี ทรงเปล่งพระฉัพพรรณรังสีสว่างไสวเรืองรองไปทั่วทั้งโลกธาตุ แล้วเกิดสิ่งอัศจรรย์ขึ้น คือ ทรงเปิดโลกทั้งสามให้เห็นถึงกันในเวลาเดียวกัน คือ สวรรค์ มนุษย์ นรก เห็นกันหมดทั้ง เทวดา มนุษย์ สัตว์นรก สัตว์เดียรัจฉาน เปรต อสุรกาย ต่างเห็นกันและกันด้วยตาเนื้อ เป็นอัศจรรย์ด้วยพุทธานุภาพ วันนั้นจึงเรียกว่า “วันพระพุทธเจ้าเปิดโลก” การทำบุญตักบาตรในเทศกาลวันออกพรรษานี้ บางวัดจะทำในวันออกพรรษา คือ วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ บางวัดจะทำในวันรุ่งขึ้น คือ วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ทั้งนี้ แล้วแต่ความตกลงร่วมใจทั้งทางวัดและทางบ้าน (ข้อมูลจาก http://www.dmc.tv)...และ ประเพณีอีกอย่างหนึ่งที่จะเกิดขึ้นหลังวันออกพรรษา คือ นับแต่นี้ไปจะมีเทศกาลทอดกฐินจนถึงวันลอยกระทง (วันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒) เป็นโอกาสที่ชาวพุทธทั้งหลายจะได้ร่วมกันทำบุญบำรุงพระพุทธศาสนาตามกำลังศรัทธา ท่านที่ได้รับซองกฐิน ในช่วงนี้ขออย่าได้รำคาญหรือบ่ายเบี่ยง เพราะงานบุญเป็นหน้าที่ของชาวพุทธเราโดยตรง หากชาวพุทธไม่ช่วยกันทะนุบำรุงพระพุทธศาสนา แล้วใครเล่าจะมาช่วยศาสนาของเราให้ยืนยงตลอดไปได้

** หลังจากรับกฐินกันแล้ว พระสงฆ์ส่วนหนึ่งจะนำญาติโยมไปสักการบูชา สังเวชนียสถาน ๔ แห่ง ของพระพุทธเจ้า คือ สถานที่ประสูติที่ลุมพินีวัน ประเทศเนปาล, สถานที่ตรัสรู้, สถานที่แสดงปฐมเทศนา และสถานที่ปรินิพพาน ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นสิ่งที่ชาวพุทธควรจะได้เดินทางไปสักการบูชาอย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิตก็ยังดี สำหรับผู้เขียนมีกำหนดเดินทางไปสักการบูชาสังเวชนียสถาน ๔ แห่ง ระหว่างวันที่ ๓-๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ นี้ นับเป็นครั้งที่ ๔ ที่มีโอกาสได้ไปทำบุญยังแดนพุทธภูมิ แม้ว่าการเดินทางจะลำบาก ไม่สะดวกสบายเท่าที่ควร บ้านเมืองสกปรก จนมีข้อห้ามเยอะแยะ แต่เมื่อไปแล้วมีความสุข มีความปลาบปลื้มปีติในการได้ทำบุญก็ไม่หวั่นไหวในความยากลำบากใดๆ...ทุกครั้งที่ผู้เขียนได้เดินทางไปกราบพระพุทธเจ้า ก็จะขอพรเพื่อท่านผู้อ่านคอลัมน์นี้เสมอ

** คมเลนส์ส่องพระ วันนี้ได้รับภาพพระสมเด็จมาให้ชมเป็นวิทยาทาน ๒ องค์ องค์แรก พระสมเด็จ วัดระฆัง พิมพ์ทรงเจดีย์ องค์นี้สภาพสวยสมบูรณ์มาก เป็นพระองค์ในตำนานอีกองค์หนึ่งที่ไม่ค่อยปรากฏโฉมหน้าให้เห็นบ่อยนัก ด้วยพิมพ์ทรงที่ถูกต้อง ทำให้ง่ายต่อการพิจารณา พระสภาพนี้เช่าหากันที่หลักล้านแน่นอน องค์นี้เป็นพระของ พนิต เจี๊ยะรักษา นักธุรกิจย่านประตูน้ำ ** องค์ที่ ๒ พระสมเด็จ พิมพ์เส้นด้ายใหญ่ บางขุนพรหม (กรุเก่า) ของ คมสัน ชาญชัยวรวิทย์ ประธานภาคตะวันออก เขต ๓ สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย และสมาชิกสภาเทศบาลเมืองศรีราชา องค์นี้ผ่านการประกวดพระเครื่องพันตา ของนิตยสาร "สปิริต" มาแล้ว เป็นพระดูง่ายอีกองค์หนึ่ง แม้ว่าจะมีรอยบิ่นตรงมุมบนเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ทำให้เสียพิมพ์ทรงองค์พระแต่ประการใด โดยเฉพาะเอกลักษณ์ของพระพิมพ์นี้ คือ เส้นนูนทุกเส้นมีความบางคมเหมือนเส้นด้าย อันเป็นที่มาของชื่อพระพิมพ์นี้ อีกจุดหนึ่งที่พระพิมพ์นี้มีไม่เหมือนกับพระสมเด็จพิมพ์อื่นๆ คือ วงแขนที่ประสานเป็นท่าสมาธินั้นมีลักษณะเป็นวงกลมอย่างชัดเจน เสน่ห์ที่ชวนมองอีกจุดหนึ่งคือ คราบกรุ ที่ปรากฏบางๆ คลุมทั้งองค์ นับเป็นพระสมเด็จองค์หนึ่งที่น่านิมนต์ขึ้นคอจริงๆ โดยเฉพาะพระองค์นี้ คมสัน (หน่อย ศรีราชา) บอกว่า ผู้ใหญ่

** พระองค์นี้ คมสัน (หน่อย ศรีราชา) บอกว่า ผู้ใหญ่เคารพนับถือ และเป็นนักสะสม พระสมเด็จ กรุบางขุนพรหม โดยเฉพาะมานานปี...มอบให้ด้วยความรักและเมตตา นับเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตอย่างยิ่ง ** เด่น อยุธยา คนหนุ่มสายเลือดใหม่ ทายาทเถ้าแก่ใหญ่แห่งเมืองกรุงเก่า ผู้หันมาเอาดีบนเส้นทางสายพระเครื่องจนประสบความสำเร็จอย่างน่าชื่นชม เด่น อยุธยา วันนี้จึงไม่ใช่ เด่นธรรมดา แต่เป็น เด่นคนดัง ของวงการพระเครื่องเมืองไทยคนหนึ่งผู้มีพระหลักยอดนิยมมากพอสมควร วันนี้ที่นำมาให้ชมเป็นวิทยาทาน คือ พระรอด กรุวัดมหาวัน จ.ลำพูน พิมพ์ตื้น อันเป็นพระเบญจภาคีองค์หนึ่งที่มีอายุความเก่ามากที่สุดในพระชุดนี้ คือกว่า ๑,๐๐๐ ปี สร้างในสมัย พระนางจามเทวี มีทั้งหมด ๕ พิมพ์ คือ พิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง พิมพ์เล็ก พิมพ์ต้อ และพิมพ์ตื้น องค์นี้สวยสมบูรณ์มาก ปรากฏหน้าตาชัดเจน และมีเนื้อเกินเป็นปีกข้างเล็กน้อย เป็นพระฟอร์มสวย เนื้อเขียวผิวนอกสีพิกุล พระรอด มีเฉพาะกรุวัดมหาวัน จ.ลำพูน เท่านั้น องค์พระมีขนาดเล็กกะทัดรัดทุกพิมพ์ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสุภาพสตรี แต่สุภาพบุรุษก็ใช้ได้ ไม่มีข้อห้ามแต่ประการใด

** นี่ก็เป็น คนหนุ่มสายเลือดใหม่ อีกคนหนึ่งที่มีสายตาเฉียบขาดในการดูพระได้ทุกหน้า บอม เมืองกาญจน์ ส่งภาพ พระนางพญา พิมพ์เข่าโค้ง กรุวัดนางพญา จ.พิษณุโลก ต้นกำเนิด พระนางพญา อันโด่งดัง และเป็น ๑ ใน ๕ ของพระชุดเบญจภาคียอดนิยม ...ช่วงนี้ "เสี่ยบอม" (สิริพงษ์ คณาคุปต์) กำลังเดินสายแจกการ์ดแต่งงานของตัวเองให้กับเพื่อนพ้องน้องพี่ในวงการ โดยมีกำหนดเข้าสู่พิธีวิวาหะกับว่าที่เจ้าสาวผู้โชคดี ดลธชา เนียมยิ้ม (ใหม่) ในวันศุกร์ที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ งานเลี้ยงฉลองเริ่มเวลา ๑๘.๐๐ น.(ค็อกเทล) ณ โรงแรมโซฟิเทล เซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรับพลาซา ลาดพร้าว...งานนี้คนในวงการพระยกทัพใหญ่ไปร่วมแสดงความยินดีอย่างเนืองแน่นแน่นอน...ขอแสดงความยินดีด้วย

** พระนางพญา กรุวัดนางพญา อีกองค์เป็น พิมพ์อกใหญ่ ของ กำนันมานะ คงวุฒิปัญญา อดีต ส.ส.หลายสมัย และเป็นเซียนพระอาวุโส เวลานี้ได้ย้ายร้านมาอยู่ใน ชมรมพระเครื่องมรดกไทย ชั้น ๓ ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ลูกค้าขาประจำไปพบได้เสมอ เพราะท่านกำนันอยู่ที่ร้านเป็นส่วนใหญ่ มีพระยอดนิยมหลากหลายให้ชมมากมาย ** สำหรับ พระนางพญา กรุวัดนางพญา จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่สมัยกรุงศรีอยุธยา เชื่อกันว่าผู้สร้าง พระนางพญา กรุนี้ คือ พระวิสุทธิกษัตรีย์ พระมเหสีของ พระมหาธรรมราชา และทรงเป็นพระราชมารดาของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงสร้างพระพิมพ์นี้เมื่อประมาณ พ.ศ.๒๐๙๐ ขณะทรงดำรงตำแหน่ง แม่เมืองสองแคว โดยมี พระมหาธรรมราชา ขณะทรงดำรงตำแหน่ง พระอุปราช ในแผ่นดิน พระมหาจักรพรรดิ แห่งกรุงศรีอยุธยา โดยเมืองพิษณุโลกมีฐานะเป็นเมืองลูกหลวง...พระนางพญา เป็นพระพุทธปฏิมาแบบนูนต่ำ พิมพ์ทรงสามเหลี่ยม ประทับนั่งปางมารวิชัย ไม่มีอาสนะหรือฐานรองรับ ทรวดทรงองค์เอวอ่อนช้อยน่ารัก และงามสง่าอย่างผู้มีอำนาจบารมี เป็นพระเนื้อดินผสมว่านและเกสรดอกไม้ เนื้อพระค่อนข้างหยาบ จนปรากฏแร่กรวดทรายทั่วองค์พระ เนื้อพระส่วนใหญ่จึงมีความแกร่งและแข็งมาก มีการแยกพิมพ์ทรงออกเป็น ๗ พิมพ์ คือ พิมพ์เข่าโค้ง, พิมพ์เข่าตรง (พิมพ์เข่าตรงธรรมดา และพิมพ์เข่าตรงมือตกเข่า), พิมพ์อกนูนใหญ่, พิมพ์อกนูนเล็ก, พิมพ์สังฆาฏิ, พิมพ์อกแฟบ (พิมพ์เทวดา) และ พิมพ์เข่าบ่วง หรือ พิมพ์ใหญ่พิเศษ

** พระเก่าเก็บของ เฮียเป็งย้ง ตลาดพลู ที่ได้กรุณามอบให้ คมเลนส์ส่องพระ ในวันนี้ คือ พระกริ่งพุทธนิมิต ๒๔๘๔ สมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศนฯ ...ความเป็นมาของพระกริ่งรุ่นนี้ อ.เกี๊ยก ทวีทรัพย์ ผู้ชำนาญพระกริ่งวัดสุทัศนฯ ได้กรุณาให้ข้อมูลว่า...ตามปกติ สมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศนฯ จะทรงทำพิธีเททองหล่อพระกริ่งเป็นประจำทุกปี เมื่อถึงวันเพ็ญเดือน ๑๒ (วันลอยกระทง) ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันประสูติของพระองค์ แต่เมื่อปี ๒๔๘๔ ทรงรับสั่งว่าปีนี้จะไม่หล่อพระ ให้ทำบุญเลี้ยงพระธรรมดาก็แล้วกัน จะด้วยเหตุใดไม่ทราบ...คืนหนึ่ง เจ้าประคุณสมเด็จฯ ทรงจำวัด และได้เกิดนิมิต (ฝัน) ว่า ไปพบพระพุทธรูปที่วัดร้างแห่งหนึ่ง เมื่อทรงสักการบูชาแล้วก็ตื่นขึ้น จึงทรงรำลึกว่า ที่ผ่านมาเคยหล่อพระทุกปี ทำไมปีนี้จึงงด การฝันถึงพระพุทธรูปคล้ายกับท่านมาเตือนให้หล่อพระเหมือนเช่นทุกปีที่เคยปฏิบัติเป็นประจำ เจ้าประคุณสมเด็จฯ จึงทรงให้ช่างปั้น พระพุทธรูปยืน พุทธลักษณะเหมือนกับที่ทรงนิมิตถึง พร้อมกับเททองหล่อ พระกริ่ง ๓๒ องค์ (ตามอาการของมนุษย์) ถวายพระนามว่า พระกริ่งพุทธนิมิต ๒๔๘๔ โดยใช้แม่พิมพ์ พระกริ่งรุ่นฉลองสุพรรณบัฏ ปี ๒๔๘๓ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้พุทธลักษณะของพระกริ่ง ๒ รุ่นนี้เหมือนกัน ต่างกันที่วรรณะเท่านั้น คือ พระกริ่ง ปี ๒๔๘๓ กระแสอมแดง ส่วน พระกริ่ง ปี ๒๔๘๔ วรรณะอมเขียวเล็กน้อย นอกจากนี้ พระกริ่งพุทธนิมิต ๒๔๘๔ ด้านหลังได้ตอกโค้ดเป็นรูป ฉัตร ๓ ชั้น (หมายถึงฉัตรประจำตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช) จำนวน ๑๖ องค์ และไม่ได้ตอกโค้ดรูป ฉัตร ๓ ชั้น อีก ๑๖ องค์ ...พระกริ่งพุทธนิมิต ๒๔๘๔ องค์ในภาพนี้แต่งสวยโดยฝีมือ อ.หนู (นิรันดร์ แดงวิจิตร) ศิษย์เอกในเจ้าประคุณสมเด็จฯ ที่ "เฮียเป็งย้ง" ให้ความเคารพนับถือมาก **

** สุดยอดแห่ง พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ ในเวลานี้ต้องยกให้ พระหลวงพ่อทวด หลังเตารีด ปี ๒๕๐๕ เพราะเป็นพระเครื่องที่มีผู้นิยมกันอย่างกว้าง มีผู้รู้ที่ดูพระได้เฉียบขาดจำนวนมาก พระแท้ ต่างกับ พระปลอม อย่างไร จะมีคำตอบให้เรียนรู้อย่างชัดเจน...พระหลวงพ่อทวด หลังเตารีด ที่พบเห็นทั่วไปจะมีหน้าเดียว แต่สำหรับองค์ที่นำภาพมาให้ชมวันนี้ เป็นองค์พิเศษมี ๒ หน้า หล่อติดกันมาแต่เดิม เป็นพระองค์ ยอดช่อ ที่มีเพียงหนึ่งเดียวในวงการพระ และหนึ่งเดียวในเมืองไทย พระองค์นี้เคยนำภาพมาลงไปแล้วหนหนึ่งเมื่อปีก่อนโน้น มาถึงวันนี้ได้เปลี่ยนมาเป็น เสี่ยลิ้ง หาดใหญ่ เรียบร้อยแล้ว นำลงวันนี้ให้ชมกันทุกมิติ ด้านหน้าด้านหลังด้านข้าง รวมทั้งด้านล่างซึ่งเห็นร่องรอยของก้านชนวน (พระพิมพ์นี้เททองหล่อเป็นช่อแบบโบราณ) องค์พิเศษ ๒ หน้านี้เป็นพระเนื้อทองผสม...นับเป็นความโชคดีของ เสี่ยลิ้ง ที่ได้พระองค์นี้มาครอบครองด้วยความสมหวัง ก่อนเดินทางไปแสวงบุญสักการะ สังเวชนียสถาน ๔ แห่ง ของพระพุทธเจ้าในประเทศอินเดีย-เนปาล ในวันที่ ๓ พฤศจิกายนนี้ (คณะเดียวกับผู้เขียน) ความเป็นผู้มีใจเป็นกุศล การเดินทางครั้งนี้ เสี่ยลิ้ง ได้ออกค่าใช้จ่ายถวายแด่ หลวงพ่อจำรัส วัดแจ้ง อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี พระเถระผู้มีเมตตาธรรมสูง เป็นพระบริสุทธิสงฆ์ที่น่ากราบไหว้อย่างยิ่ง **

** เหรียญหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด รุ่น "มนต์จินดามณี” (๒๕๔๗-๒๕๕๓) จัดสร้างขึ้นเพื่อนำรายได้สมทบทุนพัฒนาสถานีอนามัยจังหวัดสมุทรสงคราม และกองทุนดูแลหอพระพุทธรูปประจำสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสงคราม ลักษณะ เป็นเหรียญรูปเสมาคว่ำ ขนาดองค์กว้าง ๒.๓ ซม. สูง ๓.๐ ซม. ด้านหน้าเป็นรูปนิมิต หลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ประทับนั่งสมาธิราบบนฐานดอกบัว ๒ชั้น ด้านข้างเป็นรูปเศียรพญานาคซ้อนกัน ๒ เศียรเหลื่อมกันอยู่ ถัดลงมาเป็นลำตัวพญานาคซ้อนกันอยู่เช่นกัน รอบเหรียญและบนลำตัวเป็นเกล็ดพญานาคอย่างประณีต ด้านล่างสุดของเหรียญเป็นลายดอกกระจัง ส่วนบนสุดเป็นรูปเสาแปดเหลี่ยม ส่วนหัวเสาทั้งสองข้างเป็นรูปดอกบัวปลายเสา ด้านหลังเป็น ยันต์มหาจินดามณี ล้อมด้วยพระคาถา หลวงพ่อทวด “นะโมโพธิสัตโตอาคันติมายะอิติภควา” และหัวใจอภิธรรม “สังวิชาปุกะยะปะ” ...จำนวนการสร้าง ๑,๔๙๙ เหรียญ แยกเป็นเนื้อทองคำ ๕ เหรียญ, เนื้อเงิน ๑๘๕ เหรียญ, เนื้อนวโลหะ ๕๑๐ เหรียญ และเนื้อทองแดงผสมชนวน ๖๙๙ เหรียญ ผ่านพิธีชัยมังคลาภิเษก, พิธีปลุกเสกและอธิษฐานจิตเดี่ยวหลายครั้งด้วยกัน ติดต่อบูชาเพียงแห่งเดียวที่ สุธันย์ สุนทรเสวี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสงคราม โทร.๐-๓๔๗๑-๗๖๓๑, ๐๘-๑๙๘๑-๒๐๙๗ **

** พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ ปี ๒๕๐๕ อีกองค์หนึ่งเป็นพิมพ์ หลังเตารีดเล็ก หน้าอาปาเช่ แข้งขีด ของ ท่านธนายุต ศิวายพราหมณ์ (โอ) ผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสุราษฎร์ธานี ความสวยสมบูรณ์ดูง่ายของพระองค์นี้ทำให้ได้รับรางวัลชนะเลิศ "งานไหว้ครู" สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๕๕ ความพิเศษของ พระหลวงพ่อทวด องค์นี้คือด้านหลังไม่ราบเรียบเหมือนกับ พระหลวงพ่อทวด หลังเตารีด องค์อื่นๆ แต่องค์นี้ด้านหลังเป็น รอยกาบหมาก โดยไม่มีร่องรอยของการตกแต่งด้วยตะไบแต่อย่างไร...เพิ่งพบเห็นเป็นองค์แรก..."ท่านโอ" ยังมี พระหลวงพ่อทวด สวยๆ อีกหลายองค์ จะได้นำมาให้ชมเป็นวิทยาทานในวันต่อไป พร้อมกับเรื่องเล่าว่า ทำไมถึงศรัทธานับถือ หลวงพ่อทวด มากเป็นพิเศษ ** พบกันใหม่ในวันเสาร์และวันอาทิตย์ต่อไป ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่าน คมเลนส์ส่องพระ พร้อมกับให้คำแนะนำที่ดี กำลังใจที่มีคุณค่า มาโดยตลอด...นะมัสเต ***



ข้อมูลจากเว็ป   http://www.komchadluek.net


 พระเครื่อง พระมณเฑียร มาตรฐาน พระสวย พระแท้