เว็บไซด์แนะนํา




คมเลนส์ส่อง พระเครื่อง ประจำ วันอาทิตย์ที่ 30 กันยายน 2555


 
 พระเครื่อง คมเลนส์ส่อง
 พระเครื่อง คมเลนส์ส่อง
 พระเครื่อง คมเลนส์ส่อง
 พระเครื่อง คมเลนส์ส่อง

คมเลนส์ส่องพระ30กันยายน2555

คมเลนส์ส่องพระประจำวันอาทิตย์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2555 : แล่ม จันท์พิศาโล

วันพุธที่ ๓ ตุลาคม นี้ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเจริญพระชันษา ๙๙ ปี ทางวัดบวรนิเวศวิหารได้กำหนดการบำเพ็ญพระกุศลคล้ายวันประสูติ ตั้งแต่วันจันทร์ที่ ๑ ถึงวันพุธที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๕๕ ขอเชิญพุทธศาสนิกชนร่วมงานบุญนี้ได้ตามอัธยาศัย และร่วมทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อสมทบทุนจัดหาอุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์ ตึก ๑๐๐ ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จ.กาญจนบุรี ได้ที่บริเวณจัดงานในวัดบวรนิเวศวิหาร ... โอกาสนี้ทางวัดได้เปิดปูชนียสถานสำคัญให้พุทธศาสนิกชนเข้าสักการบูชา ๖ แห่ง คือ พระอุโบสถ, พระเจดีย์, พระไพรีพินาศ, พระวิหารพระศาสดา, พระวิหารเก๋ง และพระพุทธบาทโบราณ พร้อมทั้งชมนิทรรศการ พระชันษา ๑๐๐ ปี สดุดีพระสังฆบิดร ณ อาคารมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วัดบวรนิเวศวิหาร ดูรายละเอียดได้ที่ www.watbowon.com

คมเลนส์ส่องพระ วันนี้ขอเริ่มด้วย พระสมเด็จ พิมพ์เส้นด้าย กรุบางขุนพรหม เป็นพระสมเด็จอีกพิมพ์หนึ่งที่มีชื่อเป็นสิริมงคล คือ คำว่า ด้าย ซึ่งพ้องเสียงกับคำว่า ได้ เมื่อใช้ควบคู่กับ พระสมเด็จ พิมพ์ใหญ่ และ พระสมเด็จ พิมพ์ทรงเจดีย์ จะได้คำเป็นสิริมงคลรวมกันว่า ใหญ่ ได้ ดี ซึ่งเซียนพระสมัยก่อนนำมาเสนอเป็นจุดขาย ช่วงที่ พระสมเด็จ กรุบางขุนพรหม มีการซื้อขายในราคาหลักหมื่นต้นๆ การจะเช่าพระสมเด็จพร้อมๆ กันทั้ง ๓ องค์นี้คนมีทรัพย์มากไม่ลำบากแต่ประการใด แต่ชาวบ้านทั่วไปเพียงแค่องค์เดียวก็สุดจะยากเข็ญ...เมื่อประมาณปี ๒๕๑๘ มีผู้ขอแบ่ง พระสมเด็จ กรุนี้จาก ลุงแฉล้ม บัวเปลี่ยนสี ดาราอาวุโส และกรรมการวัดใหม่อมตรส ท่านเก็บพระกรุนี้ไว้มากมายนับร้อยองค์ (ผู้เขียนได้พบเห็นมาด้วยตนเอง) ท่านจะแบ่งขายให้ในราคาองค์ละ ๓ หมื่นบาท โดยมีข้อแม้ว่า ห้ามเลือก หยิบองค์ไหนให้ก็ต้องเอาองค์นั้น และไม่รับคืนไม่ว่ากรณีใดๆ คนที่โชคดีได้พระพิมพ์ใหญ่สวย ขณะที่บางคนได้พระซ่อมก็มี แต่ถึงอย่างไร พระสมเด็จ หักซ่อมราคา ๓ หมื่นบาทสมัยนั้นมาถึงทุกวันนี้หากขายก็ได้กำไรแล้ว

เอกลักษณ์สำคัญของ พระสมเด็จ พิมพ์เส้นด้าย คือ เส้นนูนทุกเส้น รวมทั้งเส้นซุ้มครอบแก้วจะมีขนาดเล็กบาง (เหมือนเส้นด้าย) ไม่เหมือนกับพระสมเด็จพิมพ์อื่นๆ ที่มีเส้นหนากว่า พระสมเด็จ พิมพ์เส้นด้าย องค์นี้ถือว่าเป็นพระสวยสมบูรณ์มาก คมชัดทุกซอกมุม มีคราบกรุบางๆ เสริมเสน่ห์ให้ดูง่ายขึ้น เป็นพระของ พ.ต.อ.ยสวินท์ หรรษมนตร์ รอง ผบก.ส.๓ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล

แจ้งเกิดมาจาก พระท่านเจ้าคุณนรฯ เวลานี้ พัฒนะ ธรรมวิริยะกุล ขยับชั้นขึ้นซื้อขายพระหลักยอดนิยมอื่นๆ ได้อย่างคล่องตัว อาศัยประสบการณ์ที่สร้างสมและกำลังเงินที่มีมากพอ เมื่อเร็วๆ นี้ พัฒนะ ได้ตัดสินใจซื้อ พระหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า พิมพ์ตัดชิด เนื้อทองผสม (ฝาบาตร) ซึ่งเป็นเนื้อพิเศษ หายากพอสมควร องค์นี้สวยสมบูรณ์มาก เป็นองค์ที่เซียนพระหลายคนหมายปองกันมานาน แต่เกี่ยงกันที่ราคา จนมาลงเอยที่ พัฒนะ ผู้ไม่ต่อราคาเลย จึงได้มาสมหวัง เพื่อจะได้นำพระองค์นี้มาศึกษาต่อไป...พระหลวงปู่ศุข พิมพ์ประภามณฑล ที่เห็นนี้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ หลวงปู่ศุข เพราะก่อนหน้านี้ยังไม่เคยมีพระเกจิอาจารย์ท่านไหนสร้างพระพิมพ์เช่นนี้มาก่อน (แต่ปัจจุบันมีการลอกเลียนแบบกันมากมาย) กรรมวิธีการสร้างพระพิมพ์นี้เล่ากันว่า แม่พิมพ์เป็นดินเผา มีองค์พระเรียงกันเป็นแถวยาว เมื่อนำโลหะเหลวเทลงบนแม่พิมพ์ จนโลหะเหลวเย็นลงแล้ว จะมีการตัดแบ่งองค์พระออกจากกันด้วยสิ่วหรือเลื่อย ได้องค์พระออกมาเดี่ยวๆ มีขนาดเล็กกะทัดรัดน่ารักมาก ทุกวันนี้ พระพิมพ์นี้ได้รับความนิยมสูง เช่าหากันที่หลักแสนกลางขึ้นไป

พระขุนแผน กรุวัดบ้านกร่าง จ.สุพรรณบุรี เป็นพระเครื่องที่เชื่อกันว่าสร้างโดย สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และ พระเอกาทศรถ หลังจากประสบชัยชนะสงครามยุทธหัตถี จึงได้สร้างพระพิมพ์นี้ขึ้นเพื่อสืบทอดพระศาสนาและอุทิศส่วนกุศลแก่ทหารหาญที่เสียชีวิตในสมรภูมิ พระขุนแผน กรุนี้เป็นพระเนื้อดิน มีพิมพ์ต่างๆ มากกว่า ๖๐ พิมพ์ มีทั้งพิมพ์องค์เดียวและพิมพ์ ๒ องค์ติดกัน ที่เรียกว่า พระขุนแผนพลายคู่ ดูแล้วเทอะทะ เลี่ยมขึ้นคอลำบาก จึงมีการตัดแบ่งพระออกเป็น ๒ องค์ เรียกว่า พระพลายคู่ตัดเดี่ยว มีทั้งการตัดแบ่งเก่าขณะองค์พระยังเป็นเนื้อดินหมาดๆ และการตัดแบ่งในสมัยปัจจุบัน ซึ่งเห็นรอยตัดแบ่งอย่างชัดเจน พระพลายคู่ เส้นซุ้มมักจะเป็นเส้นเดียว ขณะที่ พระพลายเดี่ยว เส้นซุ้มมักจะเป็นเส้นคู่ เป็นข้อสังเกตที่คนรุ่นก่อนบอกกล่าวกันมา สำหรับองค์ในภาพนี้คือ พระขุนแผนพลายคู่ ตัดเดี่ยว พิมพ์หน้าฤาษี เป็นพิมพ์ยอดนิยมพิมพ์หนึ่งของ พระตระกูลขุนแผนบ้านกร่าง ที่มีความงดงามเป็นเลิศ ปรากฏรายละเอียดบนพระพักตร์อย่างครบถ้วน โดยเฉพาะพระองค์นี้สวยสมบูรณ์มาก เนื้อพระและพิมพ์ทรงถือเป็น พระแท้องค์ครู พระสวยองค์จริง ได้เลย เป็นพระของ กนก จันทนโรจน์

หนังสือ “พระคณาจารย์และเครื่องราง” ที่แจกเป็นรางวัลในงานประกวดพระเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา จัดทำโดย ตี๋เหล้า ท่าพระจันทร์ มีภาพเหรียญต่างๆ ที่มีคุณค่าสำหรับนักสะสมพระเครื่องมาก บางภาพหายากเป็นพิเศษ อย่างเช่น เหรียญหลวงพ่อปั้น วัดกะมัง ซึ่งในเหรียญระบุไว้เลยว่าเป็นเหรียญ “กันผีปีศาจต่างๆ” นับเป็นเหรียญแปลกตาทั้งข้อความที่จารึกไว้บนหน้าเหรียญ และพิมพ์ทรงที่ดูด้านหลังเหมือนกับเหรียญรูปโล่ (หรือรูปอาร์ม) แต่ด้านหน้าออกแบบได้สวยงามมาก เหรียญรุ่นนี้มีทั้งเนื้อทองแดงกะไหล่ทอง และเนื้อทองแดงรมดำ ในหนังสือเล่มนี้ให้ข้อมูลว่า...วัดกะมัง อยู่ที่ จ.นครสวรรค์ แถบรอยต่อระหว่าง อ.ชุมแสง กับ จ.พิจิตร ลักษณะเหรียญคล้ายกับ เหรียญหลวงพ่อโสธร ปี ๒๔๖๐ เป็นเหรียญขอบเลื่อย การระบุว่า “กันผีปีศาจต่างๆ” บอกถึงความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อปั้น และความศักดิ์สิทธิ์พุทธคุณด้านกันภูตผีปีศาจได้ทุกชนิด ศิลปะการแกะพิมพ์เหรียญ นับว่ามีความประณีตเรียบร้อยสวยงาม เป็นเหรียญเก่าแก่ที่หายาก มีจำนวนสร้างน้อย เป็นที่ต้องการของนักสะสมพระทั่วไป และมีค่านิยมสูง...เท่าที่ทราบจาก “เฮียตี๋เหล้า” บอกว่า ๑ ใน ๓ ของเหรียญที่มีภาพอยู่ในหนังสือเล่มนี้ ท่านได้ซื้อมาในราคาหลักแสน ดูจากความเก่าของเหรียญและศิลปะการออกแบบแล้วคาดว่าจะต้องมีอายุความเก่ากว่า ๖๐-๗๐ ปีขึ้นไป...ในหนังสือเล่มนี้ยังมีภาพ เหรียญแปลกตา อีกหลายเหรียญ จะได้นำมาเสนอในโอกาสต่อไป

พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ ที่กำลังมาแรงอีกรุ่นหนึ่ง คือ พิมพ์กลีบบัว “รุน ๑” (เจตนาเดิมต้องการใช้คำว่า “รุ่น ๑” แต่ช่างแกะแม่พิมพ์ลืมแกะ “ไม้เอก” ลงไป) พระรุ่นนี้มีลักษณะเหมือนกับ พระหลวงพ่อทวด หลังเตารีด ปี ๒๕๐๕ ต่างกันที่ พระหลวงพ่อทวด “รุน ๑” มีขนาดเล็กกว่ากันมาก (กว้างประมาณ ๑.๕ ซม. สูงประมาณ ๒.๕ ซม.) และเป็น พระปั๊ม ไม่ใช่พระหล่อแบบพิมพ์หลังเตารีด ปี ๒๕๐๕ อย่างไรก็ตาม พระหลวงพ่อทวด “รุน ๑” นับว่าเหมาะอย่างยิ่งสำหรับสุภาพสตรีและเด็ก แต่ราคาเช่าหาในทุกวันนี้ก็ขึ้นหลักหมื่นเหมือนกัน พระรุ่นนี้ออกเมื่อปี ๒๕๐๘ จำนวนสร้างคงมีมาก เห็นได้จากพระบางองค์มีรอยแม่พิมพ์แตกตรงกลางองค์พระ องค์ที่ไม่มีรอยแตกเช่าหากันกว่า ๓ หมื่นขึ้นไป ที่ผ่านมาพบว่าพระพิมพ์นี้มี ๒ เนื้อ คือ เนื้อทองแดงรมดำ มีจำนวนมาก และ เนื้อทองเหลืองรมดำ มีจำนวนน้อยกว่า แต่แท้จริงแล้วพระพิมพ์นี้ยังมี เนื้อนวโลหะ และ เนื้อเงินกะไหล่ทอง วันนี้มีหลักฐานภาพมาให้ชมทั้ง ๒ เนื้อพิเศษดังกล่าว องค์แรก เนื้อเงินกะไหล่ทอง เป็นพระของ “อัยการเล็ก” พีรพัฒน์ อิงคะพันธ์ องค์ที่สอง เนื้อนวโลหะ เป็นพระของ เสี่ยลิ้ง หาดใหญ่ ซึ่งยืนยันฟันธงได้ว่า พระทั้งสององค์นี้แท้แน่นอน โดยดูจากจุดสำคัญต่างๆ ขององค์พระ รอยปั๊ม ขอบ และความเก่า เหมือนกับพระเนื้อทองแดงรมดำ และพระเนื้อทองเหลืองรมดำทุกประการ

ท่านที่ส่ง ภาพพระ ไปให้พิจารณาว่าเป็น พระแท้ หรือ พระปลอม กรุณาเขียนชื่อและโทรศัพท์ไว้หลังภาพด้วย เพื่อจะได้แจ้งผลการพิจารณาให้ทราบต่อไป...ขอขอบพระคุณ...นะมัสเต



ข้อมูลจากเว็ป   http://www.komchadluek.net


 พระเครื่อง พระมณเฑียร มาตรฐาน พระสวย พระแท้